Primary links

สืบเนื่องจากโครงการอาษาอาสาสถาปัตยกรรมไทย ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่ได้มีการสำรวจศึกษา ออกแบบ และลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในงานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นโครงการที่สองแล้วที่งานบูรณะหอไตรวัดอัปสรสวรรค์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากโครงการแรกที่งานอนุรักษ์หอะไรวัดเทพธิดารามซึ่งได้รับรางวัลการอนุรักษ์ในระดับเอเชียแปซิฟิกของยูเนสโกมาแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับต่อเนื่องมาถึงโครงการที่สองนี้นอกจากเราจะได้พบกับความงามทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่น่าทึ่ง ความน่าสนใจของเทคนิคฝีมือช่างอย่างโบราณ ยังเป็นการสืบทอดความรู้ความสามารถทั้งด้านการอนุรักษ์และสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมให้

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ปัญหาผลกระทบด้านสุนทรียภาพ (ผลกระทบทางด้านสายตา)

จากปัญหาการพิจารณาโครงการของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้โบราณสถาน หรือชุมชนเก่าแก่ ต้องปรับลดขนาดอาคารเพื่อลดผลกระทบทางด้านสุนทรียภาพ (ผลกระทบทางสายตา)

การจัดเสวนานี้ เป็นการเสวนาระหว่างสถาปนิก และผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้พิจารณาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลกระทบต่อโบราณสถาน หรือชุมชนเก่าแก่

นับจากปี พ.ศ. 2550 ที่สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสำรวจรังวัดมรดกสถาปัตยกรรม ในนาม ASA VERNADOC เพื่อฝึกอบรมการเขียนแบบด้วยเทคนิค VERNADOC ที่ริเริ่มครั้งแรกในประเทศฟินแลนด์ และปัจจุบันได้รับการรับรองจาก ICOMOS-CIAV (คณะกรรมการวิชาการนานาชาติว่าด้วยการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น) ในการใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นคุณค่าของมรดกสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นทั่วโลก

นำเสนอข้อมูลการตามรอยพระบาทมหาเถระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรท้าวความถึงสถานที่ที่พระองค์ท่านประทับอยู่ในอยุธยาและอ่างทอง และเส้นทางเดินทัพของพม่า หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก รวมถึงสถานที่ที่พระองค์ท่านเสด็จประทับอยู่ในพม่า ในเพศบรรพชิต จวบจนมรณภาพ

เมื่อนึกถึงสถาปนิกที่เก่งและมีชื่อเสียง หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ “ต้นศิลป์สตูดิโอ” ซึ่งมีผลงานที่ได้รับรางวัลมากมายหลายโครงการ แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นศิลป์สตูดิโอมีพนักงานเพียงคนเดียว คือ คุณชาตรี ลดาลลิตสกุล (คุณโหน่ง) และผลงานที่ได้รับรางวัลเหล่านั้นเป็นผลมาจากชิ้นงานที่ทำออกมาแฝงด้วยปรัชญา และสถาปัตยกรรมไทยที่น่าประทับใจ

คุณโหน่งจะมาเล่าถึง วิถีทางที่ทำให้เป็น “ต้นศิลป์สตูดิโอ” อย่างเช่นทุกวันนี้
-­ “เมื่อต้องใช้แรงเยอะในการทำงาน ผมไม่ได้พยายามฝืนออกแรง แต่ผมมักจะวางตัวเองไว้ตรงที่มีแรงอยู่”
-­ “ทำไมเรามักตกกับดักในหลุมดำของคำว่า TOR”

Toyo Ito is a leading Japanese architect internationally known for conceptual and innovative designs. He graduated from Department of Architecture, University of Tokyo in 1965 and worked for Kiyonori Kikutake Architect and Associates until 1969. In 1971, he founded his own studio Urban Robot (URBOT) in Tokyo, which was renamed Toyo Ito & Associates, Architects in 1979. Many of Ito’s works across Japan and overseas have made a strong impact on architectural design.

Pei Zhu is a leading Chinese architect whose Beijing-based practice Studio Pei-Zhu seeks to explore designs formed by its context, in particular in urban China. Its projects reflect an innovative conceptual thinking and a critical outlook through design methods and practical solutions, while reinterpreting the local philosophy and vernacular elements in contemporary urban environments. The clean yet powerful form is often inspired by nature, as the architecture revives the soul of old districts and reenergizes urban activities in public space.

สังคมปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่สำเร็จรูปที่มากขึ้น
ไม่ต้องค้นหาหรือตั้งคำถาม เพียงแค่ใช้อินเทอร์เน็ต หรือสื่อต่างๆ ก็สามารถหาคำตอบได้ ซึ่งคำตอบนั้นก็ขาดการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

คนไทยเริ่มละเลยเนื้อแท้ของชีวิต ซึ่งทำให้คนเราเริ่มมีพฤติกรรมบางอย่างที่เรียกว่า สูตรสำเร็จ จะสังเกตได้จากการใช้คำว่า How-to กันอย่างแพร่หลาย

ย้อนกลับมามองที่วิชาชีพสถาปนิก เราค้นพบว่า นักศึกษาสถาปัตยกรรม และ สถาปนิกยุคเริ่มทำงาน (5ปีแรก) เริ่มมีคำถามแบบสูตรสำเร็จ ซึ่งทำให้ขาดการสัมผัสประสบการณ์ตรง ขาดองค์ความรู้ และขาดแรงบันดาลใจที่จะก้าวไปข้างหน้า

บ้านพอดี พอดี เป็นแบบบ้านสำหรับประชาชนทั่วไปที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในตลาด ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการคำนวณการออกแบบให้มีการเสียเศษน้อยที่สุด และมีพื้นที่การใช้งานที่พอดี เพื่อให้อยู่ในงบประมาณที่ทำให้ทุกคนมีบ้านเป็นของตัวเองได้โดยใช้เวลาก่อสร้างเพียงไม่กี่วัน และใช้เงินเพียงไม่กี่แสน

การเสวนานี้เป็นการร่วมหาแนวทางในอนาคตถึงการออกแบบและผลิตวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างให้มีราคาย่อมเยาว์ และเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนมีบ้านพอดี ในงบประมาณที่พอดี

สถาปัตยกรรมล้านนาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันได้มีรูปที่ประจักษ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง การค้นหาเพื่อให้ทราบถึงรากเหง้าวิธีคิดที่แฝงเร้นในงานสถาปัตยกรรมและบริเวณที่อยู่อาศัยโดยรอบ จะทำให้การพัฒนาแนวคิด ผล งานที่จะเกิดขึ้นกับงานรุ่นใหม่นี้ จะทำให้ได้งานที่มีมิติเชิงลึกที่ยังคงรักษาต่อเนื่องจากอดีตสู่วิถีในอนาคตได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมิติด้านเสียงที่จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ของสถาปัตยกรรมล้านนาที่แพร่หลายมาถึงดนตรีพื้นบ้าน และได้ถ่ายทอดขนบธรรมเนียมวิถีของชาวล้านนาไว้ในเสียงดนตรีไทยนั้น จะทำให้สถาปนิกที่สนใจงานด้านสถาปัตยกรรมล้านนา จะได้อรรถรสของวิธีคิด สถาปัตยกรรมล้านนา ที่เปิดจินตนาการได้อย่างสนุกสนาน

logo